สวัสดีค่ะทุกคน ปอรั่วคืนชีพใน exteen ค่ะ หลังจากที่ตายไป... นานเท่าไหร่แล้วจำไม่ได้ สองปีกว่าได้รึเปล่านะ...
ระหว่างที่หายไปนี่เกิดเรื่องขึ้นหลายอย่างจริงๆค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าชีวิตนิสิตในรั้วจามจุรีจะสอนอะไรเราเยอะกว่าที่คิดไว้
ไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ ไม่ใช่แค่เรื่องการใช้ชีวิตในสังคม... รั้วจามจุรียังสอนเราอีกว่าการ "ความรัก" มันต้องใช้อะไร และต้องอดทนเรื่องอะไร
และทำให้เรารู้อีกด้วยว่า ที่เค้าพูดๆต่อกันมาว่า "ผู้หญิง รักเริ่มจาก 0 ถึง 100 แต่ผู้ชาย รักเริ่มจาก 100 ไป 0" เนี่ย มันเป็นเรื่องจริงนะ
ใช่แล้ว... หลังจากที่เราหายไปจากบล็อกนี้ 2 ปี ระหว่างเราก็ไปมีแฟนมาค่ะ แต่หลังจากเลิกกันแล้ว เราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เราไม่เหมือนคู่คุณบองเต่าที่เราไม่สามารถเป็นเพื่อนกับเค้าคนนั้นได้ เป็นแค่คนรู้จักก็ไมได้ค่ะ
ฟังดูเหมือนแย่ แต่จริงๆแล้ว กลายเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยมันก็ดีนะคะ
+++++++++++++++++++
เรากับเค้า เริ่มจากการเป็นรุ่นพี่ และรุ่นน้องค่ะ
เดาว่าเค้าเป้นรุ่นพี่สินะ ผิดดดด เราค่ะเรา เราเป็นรุ่นพี่ ผู้หญิงแก่กว่า ผิดขนบตั้งแต่แรกแล้วใช่มะ 555+ (ถึงสมัยนี้จะค่อยๆเป็นเรื่องปกติขึ้นเรื่อยๆก็เถอะนะ)
ไม่ขอเล่ารายละเอียด รู้เพียงแต่ว่าเราก็ตกลงเป็นแฟนกับเค้า หลังจากที่เค้าได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าเป็นเด็กซื่อๆ ขี้อาย คุยไม่ค่อยเก่ง ขยันเรียน เรียนเก่ง ไม่กินเหล้า(ซึ่งหาได้ยากเหลือเกินในผู้ชายสมัยนี้) ไม่สูบบหรี่ทุ่มเทกับการจีบเราดี และเค้าไม่ถือสาอะไรเรื่องที่เราเป็นสาวฟุโจฉิ
แล้วความสัมพันธ์ สรรพนาม คำทักทายตอนเจอหน้ากันของเราสองคนมันก็เปลี่ยนข้ามขั้นอย่างปุบปับจากหน้ามือ เป็นหลังมือ
จาก "น้อง... " เป็น "..." เฉยๆ โดยไม่มีคำขึ้นต้นชื่อ
จาก "พี่ปอ" เป็น "ปอ" ห้วนๆ
จาก "พี่ปอ หวัดดีคร้าบบ" เป็น "ปอ หวัดดี"
จาก "สวัสดีจ๊ะ ^ ^" (เป็นคำที่เราใช้ทักรุ่นน้องทุกคนเวลารุ่นน้องทักทายหรือยกมือไหว้) เป็น ยิ้ม และโบกมือเฉยๆ ไม่พูดอะไร (วิธีปกติที่เราใช้ทักทายเพื่อน)
คือ เปลี่ยนจากรุ่นพี่-รุ่นน้อง ไปเป็น "แฟน" เลยนั่นแหละค่ะ ไม่มีช่วงเวลาที่เป็น "เพื่อน" กัน
...และนี่ล่ะมั้งที่เป็นความผิดพลาดของเราทั้ง 2 คน
เรื่องระหว่างที่คบกัน เราจะไม่เล่า เอาเป็นว่ามันก็เหมือนกับคนคบกันเป็นแฟนทั่วๆไปแหละค่ะ มีความสุข ทะเลาะกัน ร้องไห้ คืนดี ทะเลาะกัน ร้องไห้ คืนดี มีความสุข
แต่ตอนเราถูกเค้าทิ้ง... เราไม่ได้อยู่ในช่วงที่ความสัมพันธ์ย่ำแย่ หรืออะไรเลย...
ตรงกันข้าม เราคิดว่าทุกอย่างมันกำลังดีขึ้น (หลังจากทะเลาะกันหนักหน่วงมากๆจนเสียน้ำตาไปหลายลิตร)
...แล้วอยู่ดีๆ เราก็โดนเค้าบอกเลิกกลางอากาศเลยค่ะ
เรา : เราทำอะไรผิดหรอ
เค้า: ปอไม่ได้ทำอะไรผิด เราแค่รู้สึกว่าปอไม่ใช่
ทุกท่านคิดว่าเราจะเข้าใจอะไรง่ายๆไหมคะ คิดว่าเราเป็นคนดีใช่ไหมคะ ...
เปล่าคะเปล่า เราโกรธ เหวี่ยงเป็นนางอิจฉาในละครเลยค่ะ เราคาดคั้นอะไรจากเค้าหลายๆอย่าง ถามว่าทำไมอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วถ้าอย่างนั้นมาจีบชั้นก่อนทำไม มาทำให้ชีวิตชั้นปั่นป่วนทำไม ทั้งๆที่ถ้าไม่มีคนอย่างแกเข้ามานี่นะ ชั้นก็อยู่เป็นโสดของชั้นไปได้เรื่อยๆ ไม่เหงา แล้วตอนนี้ก็ไม่ต้องมาเสียใจด้วย บลาๆๆๆ
ซึ่ง นั่นแหละค่ะ ไม่ว่าเค้าจะตอบอะไรมา คนมันเสียใจและโกรธอยู่ ไม่มีสติแล้วมันฟังแล้วเข้าใจท่ไหน
หลังจากนั้นก็เป็น begging-him-to-stay stage ศักดิ์ศรีไม่เหลือแล้วค่ะ รู้แต่ว่า ทำยังไงก็ได้ให้เค้าอยู่ต่อ 555+ เป็นช่วงที่คิดว่า "ชั้นผิด ชั้นแย่ ชั้นไม่ดี เค้าถึงทิ้งชั้นไป"
เราเป็นเพื่อนกันต่อได้ประมาณอาทิตย์นึง เค้าก็ทำท่าเหมือนจะกลับมาค่ะ แต่แล้วก็หลุดไปจริงๆ และได้ทิ้งคำพูดกับการกระทำที่ทำร้ายจิตใจมากๆทิ้งท้ายไว้ด้วย ซึ่งไม่ขอพูดถึง ^ ^
หลังจากนั้นเราก็ไล่ล็อบบี้ทุกอย่าง ลบรูปทุกรูปที่ถ่ายด้วยกัน ลบแมสเสจที่เคยได้รับ เคยส่งหา ลบอีเวนท์ต่างๆที่มาร์คไว้ในมือถือ เอาของที่เค้าให้มาไปทิ้ง ขนของออกจากล็อกเกอร์ห้องชมรมที่ใช้ด้วยกัน บลาๆๆๆ
ช่วงนี้เป็นเป็นช่วงที่คิดว่า "ชั้นไม่ผิด มันต่างหากที่ผิด พฤติกรรมเลวมาก ยังไม่ทันเลิกกับชั้นเลยแล้วไปมองคนอื่นเนี่ยนะ เลวๆๆๆ" (อ้าว... นี่เราหลุดปากบอกพฤติกรรมทำร้ายจิตใจของไปแล้วนะเนี่ย 555+ )
มันลุกลามไปถึงขั้น ลบเบอร์ในมือถือ และลบออกจากลิสต์เฟรนด์ในเฟซบุ๊ค
เรียกได้ว่า กะจะไม่ให้หลงเหลือร่องรอยเลยว่าเราเคยรู้จักกัน
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำของเราทั้งหมดค่ะ เค้าไม่เกี่ยวและไม่รู้เรื่องเลย 555+
เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ได้รับเหตุผลที่ดีพอในการขอเลิก และเค้าไม่ได้อธิบายให้เราเข้าใจ เราเลยรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เพื่อนหักหลังยังรู้สึกแย่เลยค่ะ นี่คนรักหักหลังกัน มันก็คงรู้สึกเท่าทวีคูณ
และอีกอย่าง... จะให้กลับไปเป็นแบบเดิม... ไม่ได้ค่ะ อย่าลืมนะว่าเราไม่เคยเป็นเพื่อนกัน จะกลับไปเป็นเพื่อนกันคงไมได้
และจะให้ถอยกลับไปเป็นรุ่นพี่กับรุ่นน้อง... มันก็เป็นการถอยหลังที่ข้ามขั้น และดูกระอักกระอ่วนใจยังไงไม่รู้สิเนอะ....
ดังนั้น เราเลยตัดสินใจว่า ก็ทำเป็นเหมือนกับว่าเรื่องที่เราเคยเจอกันและเคยคบกันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกัน
แน่นอน จะให้ลืม มันไม่ลืมหรอกค่ะ จำได้ทุกอย่างแหละ (แม้ตอนนี้จะลืมเบอร์มือถือเค้าไปแล้วก็เถอะ แต่ยังจำได้ว่าการ์ตูนเรื่องโปรดของเค้าคือวันพีซ ตัวการ์ตูนที่เค้าชอบคือชอปเปอร์ จำวันเกิดได้ถ้าให้เวลานึกซัก3 วิ จำวันที่เริ่มคบกันได้แต่ต้องนั่งนับนิ้วนิดหน่อย )
ซึ่งก็โชคดี ด้วยว่าถ้าเค้าลาออกจากชมรมไป และต่างคนต่างใช้ชีวิตกัน โอกาสแทบเจอหน้ากันก็ไม่มีแน่ๆอยู่แล้ว (อยู่กันคนละคณะ คนละชั้นปี ตอนคบกันปกติก็เจอกันในชมรม และก็นัดเจอกันนอกรอบเอาเอง) ทำให้เราไม่ต้องเจ็บไปมากกว่านี้
++++++++++++++++
และหลังจากเราถอยออกมา ต่างคนต่างใช้ชีวิตกัน เราก็มีสติมากขึ้น
ก็ทำให้เราคิดได้ว่า
"เราไม่ได้ผิด และเค้าก็ไม่ได้ผิดเหมือนกัน
ที่ผิดคือ ช่วงเวลา ที่ทำให้เรามาเจอในตอนที่เราทั้ง 2 คน ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะมีความรักทั้งคู่"
การได้ถอยออกมา ต่างคนต่างใช่ชีวิตอยู่โดยทำเป็นคนไม่รู้จักกัน ไม่ต้องรู้ความเคลือนไหวของเค้า ไม่ต้องรู้ว่าเค้าไปทำอะไรบ้างหลังจากเลิกกับเราไปแล้ว มันก็ทำให้เรามีสติ และคิดอะไรต่างๆได้มากขึ้นนะคะ ^ ^
และเราก็ยังหวังว่า เรากับเค้าก็จะยังคงเป็นคนที่ไม่รู้จัก และไม่เคยเจอกันต่อไปแบบนี้แหละดีแล้ว เพราะเราะเจอหน้าเค้าอีกล่ะก็ ความรู้สึกดีๆตอนยังคบกันอยู่ กับเค้าเสียใจตอนโดนทิ้ง มันคงจะตีกันจนมั่ว แล้วเราก็คงห้ามน้ำตาตัวเองไม่ได้แน่ๆค่ะ ^ ^
+++++++++++++
เราหายโกรธเค้าแล้วแหละค่ะ (ซึ่งเราก็ไม่ควรโกรธอยู่ตั้งแต่แรกแล้วแหละนะ)
บางคนเหมาะจะเป็นเพื่อนที่ดีมากกว่าแฟน
แต่บางคน ก็เหมาะที่จะไม่เป็นอะไรเลย แม้กระทั่งคนรู้จักกันค่ะ ^ ^
+++++++++++++
เค้าคงไม่เข้ามาอ่านหรอก แต่ถ้าคนรู้จักของเค้าผ่านมาล่ะก็
ฝากไปบอกหน่อยนะคะว่า
ขอบคุณมากๆนะคะ น้องเป็นครูคนแรกของพี่เลยล่ะ ที่สอนให้พี่รู้จักเรื่องนี้
....แล้วถ้าบังเอิญว่ามีวันใดที่โชคชะตาเล่นตลกให้เราต้องเจอหน้ากันล่ะก็ ไม่ต้องเข้ามายกมือไหว้แล้วทักว่า "พี่ปอ สวัสดีครับ" หรอกนะจ๊ะ ^^ คุณน้อง ช่วยเดินผ่านไปเหมือนเดินผ่านคนที่เจอบนรถเมล์รถไฟฟ้านั่นแหละ
edit @ 6 May 2011 11:03:44 by PoRi[RubyDragon]