2011/May/06

สวัสดีค่ะทุกคน ปอรั่วคืนชีพใน exteen ค่ะ หลังจากที่ตายไป... นานเท่าไหร่แล้วจำไม่ได้  สองปีกว่าได้รึเปล่านะ...

ระหว่างที่หายไปนี่เกิดเรื่องขึ้นหลายอย่างจริงๆค่ะ  ไม่น่าเชื่อเลยว่าชีวิตนิสิตในรั้วจามจุรีจะสอนอะไรเราเยอะกว่าที่คิดไว้ 

ไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ ไม่ใช่แค่เรื่องการใช้ชีวิตในสังคม...  รั้วจามจุรียังสอนเราอีกว่าการ "ความรัก"  มันต้องใช้อะไร และต้องอดทนเรื่องอะไร

และทำให้เรารู้อีกด้วยว่า  ที่เค้าพูดๆต่อกันมาว่า "ผู้หญิง รักเริ่มจาก 0 ถึง 100 แต่ผู้ชาย รักเริ่มจาก 100 ไป 0" เนี่ย มันเป็นเรื่องจริงนะ

ที่อยู่ดีๆคิดจะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะได้ไปอ่านเอนทรี่นี้ของคุณบองเต่าค่ะ (ขออ้างอิงถึงนะคะ)

ใช่แล้ว... หลังจากที่เราหายไปจากบล็อกนี้ 2 ปี ระหว่างเราก็ไปมีแฟนมาค่ะ  แต่หลังจากเลิกกันแล้ว เราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย  เราไม่เหมือนคู่คุณบองเต่าที่เราไม่สามารถเป็นเพื่อนกับเค้าคนนั้นได้  เป็นแค่คนรู้จักก็ไมได้ค่ะ 

ฟังดูเหมือนแย่ แต่จริงๆแล้ว กลายเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยมันก็ดีนะคะ

+++++++++++++++++++

เรากับเค้า เริ่มจากการเป็นรุ่นพี่ และรุ่นน้องค่ะ

เดาว่าเค้าเป้นรุ่นพี่สินะ  ผิดดดด  เราค่ะเรา เราเป็นรุ่นพี่  ผู้หญิงแก่กว่า ผิดขนบตั้งแต่แรกแล้วใช่มะ 555+ (ถึงสมัยนี้จะค่อยๆเป็นเรื่องปกติขึ้นเรื่อยๆก็เถอะนะ)

ไม่ขอเล่ารายละเอียด รู้เพียงแต่ว่าเราก็ตกลงเป็นแฟนกับเค้า หลังจากที่เค้าได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าเป็นเด็กซื่อๆ ขี้อาย คุยไม่ค่อยเก่ง ขยันเรียน เรียนเก่ง ไม่กินเหล้า(ซึ่งหาได้ยากเหลือเกินในผู้ชายสมัยนี้) ไม่สูบบหรี่ทุ่มเทกับการจีบเราดี และเค้าไม่ถือสาอะไรเรื่องที่เราเป็นสาวฟุโจฉิ

แล้วความสัมพันธ์ สรรพนาม คำทักทายตอนเจอหน้ากันของเราสองคนมันก็เปลี่ยนข้ามขั้นอย่างปุบปับจากหน้ามือ เป็นหลังมือ

จาก "น้อง... "  เป็น "..." เฉยๆ โดยไม่มีคำขึ้นต้นชื่อ
จาก "พี่ปอ" เป็น "ปอ" ห้วนๆ
จาก "พี่ปอ หวัดดีคร้าบบ"  เป็น "ปอ หวัดดี"
จาก "สวัสดีจ๊ะ ^ ^"  (เป็นคำที่เราใช้ทักรุ่นน้องทุกคนเวลารุ่นน้องทักทายหรือยกมือไหว้)  เป็น  ยิ้ม และโบกมือเฉยๆ ไม่พูดอะไร (วิธีปกติที่เราใช้ทักทายเพื่อน)

คือ เปลี่ยนจากรุ่นพี่-รุ่นน้อง  ไปเป็น "แฟน" เลยนั่นแหละค่ะ  ไม่มีช่วงเวลาที่เป็น "เพื่อน" กัน

...และนี่ล่ะมั้งที่เป็นความผิดพลาดของเราทั้ง 2 คน

เรื่องระหว่างที่คบกัน เราจะไม่เล่า  เอาเป็นว่ามันก็เหมือนกับคนคบกันเป็นแฟนทั่วๆไปแหละค่ะ  มีความสุข ทะเลาะกัน ร้องไห้ คืนดี ทะเลาะกัน ร้องไห้ คืนดี มีความสุข

แต่ตอนเราถูกเค้าทิ้ง... เราไม่ได้อยู่ในช่วงที่ความสัมพันธ์ย่ำแย่ หรืออะไรเลย...
ตรงกันข้าม  เราคิดว่าทุกอย่างมันกำลังดีขึ้น (หลังจากทะเลาะกันหนักหน่วงมากๆจนเสียน้ำตาไปหลายลิตร)
...แล้วอยู่ดีๆ เราก็โดนเค้าบอกเลิกกลางอากาศเลยค่ะ

เรา : เราทำอะไรผิดหรอ
เค้า: ปอไม่ได้ทำอะไรผิด เราแค่รู้สึกว่าปอไม่ใช่

ทุกท่านคิดว่าเราจะเข้าใจอะไรง่ายๆไหมคะ คิดว่าเราเป็นคนดีใช่ไหมคะ ...

เปล่าคะเปล่า  เราโกรธ  เหวี่ยงเป็นนางอิจฉาในละครเลยค่ะ  เราคาดคั้นอะไรจากเค้าหลายๆอย่าง  ถามว่าทำไมอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วถ้าอย่างนั้นมาจีบชั้นก่อนทำไม  มาทำให้ชีวิตชั้นปั่นป่วนทำไม  ทั้งๆที่ถ้าไม่มีคนอย่างแกเข้ามานี่นะ ชั้นก็อยู่เป็นโสดของชั้นไปได้เรื่อยๆ ไม่เหงา แล้วตอนนี้ก็ไม่ต้องมาเสียใจด้วย  บลาๆๆๆ

ซึ่ง นั่นแหละค่ะ ไม่ว่าเค้าจะตอบอะไรมา  คนมันเสียใจและโกรธอยู่ ไม่มีสติแล้วมันฟังแล้วเข้าใจท่ไหน


หลังจากนั้นก็เป็น begging-him-to-stay stage   ศักดิ์ศรีไม่เหลือแล้วค่ะ  รู้แต่ว่า ทำยังไงก็ได้ให้เค้าอยู่ต่อ 555+  เป็นช่วงที่คิดว่า  "ชั้นผิด ชั้นแย่ ชั้นไม่ดี เค้าถึงทิ้งชั้นไป"
 
 
เราเป็นเพื่อนกันต่อได้ประมาณอาทิตย์นึง เค้าก็ทำท่าเหมือนจะกลับมาค่ะ  แต่แล้วก็หลุดไปจริงๆ และได้ทิ้งคำพูดกับการกระทำที่ทำร้ายจิตใจมากๆทิ้งท้ายไว้ด้วย ซึ่งไม่ขอพูดถึง ^ ^

หลังจากนั้นเราก็ไล่ล็อบบี้ทุกอย่าง ลบรูปทุกรูปที่ถ่ายด้วยกัน  ลบแมสเสจที่เคยได้รับ เคยส่งหา ลบอีเวนท์ต่างๆที่มาร์คไว้ในมือถือ  เอาของที่เค้าให้มาไปทิ้ง ขนของออกจากล็อกเกอร์ห้องชมรมที่ใช้ด้วยกัน บลาๆๆๆ


ช่วงนี้เป็นเป็นช่วงที่คิดว่า "ชั้นไม่ผิด มันต่างหากที่ผิด พฤติกรรมเลวมาก ยังไม่ทันเลิกกับชั้นเลยแล้วไปมองคนอื่นเนี่ยนะ เลวๆๆๆ"  (อ้าว... นี่เราหลุดปากบอกพฤติกรรมทำร้ายจิตใจของไปแล้วนะเนี่ย 555+ )

มันลุกลามไปถึงขั้น ลบเบอร์ในมือถือ และลบออกจากลิสต์เฟรนด์ในเฟซบุ๊ค

เรียกได้ว่า กะจะไม่ให้หลงเหลือร่องรอยเลยว่าเราเคยรู้จักกัน
 


ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำของเราทั้งหมดค่ะ  เค้าไม่เกี่ยวและไม่รู้เรื่องเลย 555+

เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ได้รับเหตุผลที่ดีพอในการขอเลิก และเค้าไม่ได้อธิบายให้เราเข้าใจ  เราเลยรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง  เพื่อนหักหลังยังรู้สึกแย่เลยค่ะ  นี่คนรักหักหลังกัน  มันก็คงรู้สึกเท่าทวีคูณ

และอีกอย่าง...  จะให้กลับไปเป็นแบบเดิม...   ไม่ได้ค่ะ   อย่าลืมนะว่าเราไม่เคยเป็นเพื่อนกัน จะกลับไปเป็นเพื่อนกันคงไมได้

และจะให้ถอยกลับไปเป็นรุ่นพี่กับรุ่นน้อง... มันก็เป็นการถอยหลังที่ข้ามขั้น และดูกระอักกระอ่วนใจยังไงไม่รู้สิเนอะ....

ดังนั้น เราเลยตัดสินใจว่า  ก็ทำเป็นเหมือนกับว่าเรื่องที่เราเคยเจอกันและเคยคบกันไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกัน


แน่นอน จะให้ลืม มันไม่ลืมหรอกค่ะ  จำได้ทุกอย่างแหละ (แม้ตอนนี้จะลืมเบอร์มือถือเค้าไปแล้วก็เถอะ แต่ยังจำได้ว่าการ์ตูนเรื่องโปรดของเค้าคือวันพีซ ตัวการ์ตูนที่เค้าชอบคือชอปเปอร์ จำวันเกิดได้ถ้าให้เวลานึกซัก3 วิ จำวันที่เริ่มคบกันได้แต่ต้องนั่งนับนิ้วนิดหน่อย )

ซึ่งก็โชคดี ด้วยว่าถ้าเค้าลาออกจากชมรมไป และต่างคนต่างใช้ชีวิตกัน โอกาสแทบเจอหน้ากันก็ไม่มีแน่ๆอยู่แล้ว (อยู่กันคนละคณะ คนละชั้นปี ตอนคบกันปกติก็เจอกันในชมรม และก็นัดเจอกันนอกรอบเอาเอง) ทำให้เราไม่ต้องเจ็บไปมากกว่านี้

++++++++++++++++

และหลังจากเราถอยออกมา  ต่างคนต่างใช้ชีวิตกัน  เราก็มีสติมากขึ้น
ก็ทำให้เราคิดได้ว่า

"เราไม่ได้ผิด และเค้าก็ไม่ได้ผิดเหมือนกัน
ที่ผิดคือ ช่วงเวลา  ที่ทำให้เรามาเจอในตอนที่เราทั้ง 2 คน ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะมีความรักทั้งคู่"
 
การได้ถอยออกมา ต่างคนต่างใช่ชีวิตอยู่โดยทำเป็นคนไม่รู้จักกัน  ไม่ต้องรู้ความเคลือนไหวของเค้า ไม่ต้องรู้ว่าเค้าไปทำอะไรบ้างหลังจากเลิกกับเราไปแล้ว  มันก็ทำให้เรามีสติ และคิดอะไรต่างๆได้มากขึ้นนะคะ ^ ^
และเราก็ยังหวังว่า เรากับเค้าก็จะยังคงเป็นคนที่ไม่รู้จัก และไม่เคยเจอกันต่อไปแบบนี้แหละดีแล้ว เพราะเราะเจอหน้าเค้าอีกล่ะก็ ความรู้สึกดีๆตอนยังคบกันอยู่ กับเค้าเสียใจตอนโดนทิ้ง มันคงจะตีกันจนมั่ว แล้วเราก็คงห้ามน้ำตาตัวเองไม่ได้แน่ๆค่ะ ^ ^

+++++++++++++

เราหายโกรธเค้าแล้วแหละค่ะ  (ซึ่งเราก็ไม่ควรโกรธอยู่ตั้งแต่แรกแล้วแหละนะ)
บางคนเหมาะจะเป็นเพื่อนที่ดีมากกว่าแฟน
แต่บางคน ก็เหมาะที่จะไม่เป็นอะไรเลย แม้กระทั่งคนรู้จักกันค่ะ ^ ^
 
 
+++++++++++++

เค้าคงไม่เข้ามาอ่านหรอก แต่ถ้าคนรู้จักของเค้าผ่านมาล่ะก็
ฝากไปบอกหน่อยนะคะว่า
ขอบคุณมากๆนะคะ น้องเป็นครูคนแรกของพี่เลยล่ะ ที่สอนให้พี่รู้จักเรื่องนี้

....แล้วถ้าบังเอิญว่ามีวันใดที่โชคชะตาเล่นตลกให้เราต้องเจอหน้ากันล่ะก็  ไม่ต้องเข้ามายกมือไหว้แล้วทักว่า "พี่ปอ สวัสดีครับ" หรอกนะจ๊ะ  ^^ คุณน้อง ช่วยเดินผ่านไปเหมือนเดินผ่านคนที่เจอบนรถเมล์รถไฟฟ้านั่นแหละ
 

 

edit @ 6 May 2011 11:03:44 by PoRi[RubyDragon]

Comment

Comment:

Tweet


*กอด* พอมันพ้นช่วงเวลาที่อารมณ์มันแล่นพล่านไปก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่างชัดขึ้น แบบนี้แสดงให้เห็นว่าเราได้ก้าวข้ามมันไปแล้วนะรูเปรี่ ยินดีด้วยกับการเติบโตขึ้นอีกขั้นของชีวิตจ๊ะ สู้ๆนะ

ว่าแต่ บล๊อกเปลี่ยนไปโข ต้องเงยหน้าไปมอง url ว่าถูกคนป่าว (ฮา) เข้าใจอารมณ์คนดองบลีอกเลย เพราะก่อนนี้ทางนี้ก็ดองไปสองปีเหมือนกัน ฮาๆๆ
#5 by .:: Milo Studio ::. At 2011-05-07 02:40,
/me ขยี้ตา...... นี่บล็อกใคร
ชั้นหลงเข้าบล็อกใครมา....
ล้อเล่นนะ หายไปนานมากเลยปอ..... บล็อกยังอยู่ด้วย ว้าววววว

(o・_・)ノ”(ノ_<。) *ตบบ่าแปะๆ*
โอ๋ๆ.... เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะ แต่เท่าที่อ่านเราว่ดีแล้วแหละที่แกตัดสินใจอย่างนี้ ถ้าทำแล้วชีวิตมันดีขึ้นก็ทำเหอะ.... ถ้าแกมาพิมพ์แบบนี้ได้แปลว่าไม่เสียใจภายหลังจากสิ่งที่ทำไป อย่างแกต้องหาคนดีกว่าได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง :D

ปล. โสดแล้ว ว่างแล้ว กลับมาอัพบล็อกสิ XD
#4 by JiBi_AI At 2011-05-06 17:20,
ก็มาอ่านโด นั่นแหละแล้วก็เห็น ใครไม่รุ
โผล่มาอัพบล๊อก (ได้ไงเนี่ย) เลยเข้ามาอ่าน
#3 by DinDin At 2011-05-06 16:27,
อะไรเธอ เราก็บอกแล้วไงว่าไม่โกรธกัน ^ ^

เราแค่เสียดายเวลาเฉยๆ

ว่าแต่นี่ยังเข้าเอ็กซ์ทีนอยู่หรอเนี่น ไม่น่าเชื่อ 555+
#2 by PoRi[RubyDragon] At 2011-05-06 15:24,
กอดดดดดด...........
ตบไหล่แปะๆ............

ก็อย่างที่ว่า ได้ลองดูก็ดีแล้ว TwT
ไม่รู้จะพูดอะไร แต่อยากเมนต์ฉิบ เลย แต่ไม่รู้จะพูดอะไร...กอดๆๆ
#1 by DinDin At 2011-05-06 15:07,