Life

2011/May/06

CAUTION!
ACHTUNG!
***เอนทรี่นี้ เป็นเพียงเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ไม่ได้แทนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยทั้งหมดค่ะ****

กว่าจะเริ่มอยากเขียนอะไรแบบนี้ ก็เล่นเอาเรากลายเป็นนิสิตชั้นปีสุดท้ายไปซะแล้ว สายไปไหมนี่ ^ ^
ต้องมานั่งนึกย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนที่ติดคณะอักษรศาสตร์ (ใครอยากรู้ว่าเราตอนนั้นเป็นยังไงเปิดไปดูเอนทรี่เก่าๆ ได้นะคะ )

วันนี้ตอนนั่งรถไฟฟ้ามาฝึกงานที่เอกมัย ก็เห็นคนใส่เสื้อสีชมพูกันเยอะจัง  ถึงได้นึกได้ว่า อ้อออ....
วันนี้มันวัน CU FIRST DATE นี่นา!!!!

เลยมีความคิดว่า เขียนบล็อกเกี่ยวกับอีเวนท์ต่างๆที่เด็กๆจะได้เจอในรั้วจามจุรีดีกว่า ^ ^
(อนึ่ง เจ้าของบล็อกเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ ดังนั้นจะกล่าวถึงอีเวนท์ต่างๆของคณะอักษรศาสตร์ไปด้วยนะคะ
อสอง หัวข้อสีชมพู เป็นอีเวนท์กลางของมหาวิทยาลัย  หัวข้อสีเทา เป้นอีเวนท์ของคณะอักษรศาสตร์
เอางี้แล้วกันเนอะ คนที่ไม่ได้อยู่คณะเดียวกับปอรั่วจะได้ไม่ต้องอ่านบางอันค่ะ)
อสาม  เอนทรี่นี้เขียนไว้ตั้งแต่เมื่อวาน แต่เพิ่งเสร็จวันนี้ง่ะ T T ชีวิตสาวออฟฟิศฝึกหัดยุ้งยุ่ง


CU FIRST DATE
อ่ะนะ... จะเขียนถึงอีเวนท์นี้ก็สายไปแล้วใช่ไหม... เพราะเด็กๆก็คงไปเดินเที่ยวจนกลับบ้านกลับช่องมากันหมดแล้ว ฮิๆ

สำหรับงานนนี้ โดยส่วนตัวปอรั่วคิดว่า... ไม่ค่อยมีอะไรนะ ไปรับเอาความประทับใจแรกพบกับคณะและมหาวิทยาลัยในวันแรกเฉยๆ

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว (นานเหลือเกิน...) เจ้าของบล็อกไปตั้งแต่ไก่โห่ ก่อน 8 โมงแน่ะ ไปถึงแล้วพี่ๆก็พาไปสักกาะรพระบรมรูป 2 รัชกาล หลังจากนั้นก็พากลับมาที่ซุ้มคณะ  ให้สายสะพายนางงามที่เขียนตัวใหญ่เบ้อเริ่มว่า "คณะอักษรศาสตร์" แล้วก็ล้อมวงเต้นขำๆให้ดู  เฮฮา สนุกสนานดีค่ะ

แต่มีเหตุการณ์อย่างเดียวที่ประทับใจไม่รู้ลืมคือ  ทุกซุ้มกำลังโหวกเหวกเจี๊ยวจ๊าวกันอยู่  แล้วพอเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ดังขึ้น  เสียงเจี๊ยวจ๊าวจากซุ้มทุกซุ้มเงียบลงพร้อมกัน  แล้วพี่ๆทุกคนก็พร้อมใจกันร้องเพลงนี้ 


ตอนนั้นตัวเจ้าของบล็อกยังร้องเพลงนี้ไม่ได้ แต่ก็รู้สึกขนลุกเลยล่ะค่ะ


เพลงแค่เพลงเดียวนี่ทำให้คนเป็นร้อยๆที่โหวกเหวกอยู่เงียบลงได้ภายใน 3 วินาทีนี่  ต้องเป็นเพลงที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วก็น่าภาคภูมิใจมากแน่ๆเลยเนอะ ^ ^



กิจกรรมหลักอื่นๆของวันนี้ก็คือ  ให้พี่ๆมาหลอกน้องๆให้ซื้อของ  ของส่วนใหญ่... ไม่สิ  ทั้งหมด  เท่าที่สรุปได้ก็มีอยู่ไม่กี่อย่างคือ เสื้อจุฬา สมุด กางเกงเล 

เสื้อโดยมากจะเขียนว่า "ติดจุฬาแล้ว" "ชั้นเป้นนิสิตจุฬา"  หรือไม่ก็มีคำว่า "พระเกี้ยว" หรือ ตราพระเกี้ยวเป็นองค์ประกอบบนเสื้อ...


(โดยส่วนตัว ปอรั่วไม่ค่อยปลื้มเสื้อที่ "จุฬานิยม" มากเกินไป ประเภทว่า "ขำๆ ก็แค่ติดจุฬา" "หลับตาอ่านหนังสือก็ติดจุฬา" อะไรประมาณนี้  แต่ถ้าเป็นเสื่อลายน่ารักๆก็โอเคนะ ชอบๆ ^^ )

...มีอยู่แค่นี้จริงๆนะ...

ซึ่งน้องๆก็จะโดนหลอกให้ซื้อของแพงๆในตอนเช้า แล้วพอตอนบ่ายและตอนเย็นราคาของมันก็จะตกลงมาเอง...
ซึ่งมันเป็นเวลาที่น้องๆหลายคนกลับบ้านไปแล้ว

น่าน... เด็กๆทั้งหลาย โดนหลอกซื้อไปแล้วสินะจ๊ะ.... 

แต่เอาเถอะจ๊ะ เพราะเงินที่พวกพี่ๆได้ไป เค้าก็เอามาจัดกิจกรรมให้น้องๆแหละค่ะ ไม่ได้เอาไปใช้ส่วนตัวแต่อย่างใด


วันแรกพบคณะ
เป็นวันที่น้องๆเฟรชชี่จะได้มารู้จักกับเพื่อนๆ พี่ๆ  กอ.ศ. (อยากรู้ว่าคืออะไรก็จงมา ^ ^ ) และได้ลงชื่อสมัครเป็นสมาชิกฝ่ายต่างๆของคณะ (ซึ่ง  คนที่ทำงานจริงๆมีเพียงหยิบมือ เพราะส่วนใหญ่ก็ขี้เกียจ - -+)

ตัวเจ้าของบล็อก ลงสมัครกีฬาฟันดาบค่ะ ^ ^

ซึ่งการลงชื่อฝ่ายนี้มันเจ๋งมากเลยจอร์จจ!! เพราะเราจะได้รับสิทธิ์ในการเป็นนักกีฬาลงแข่งขันในกีฬาน้องใหม่สามัคคี (เรียกกันทั่วๆไปว่ากีฬาเฟรชชี่) และจะได้ข้ออ้างในการโดดห้องเชียร์!! (อ้าว - - )เพื่อไปซ้อมกีฬาเตรียมตัวแข่งขันยังไงล่ะคะ

แต่ปีนี้ พี่เองก็ไม่ทราบนะคะว่าพี่ๆปี 2 เค้าจัดอะไรให้น้องๆบ้าง ต้องไปดูกันเองล่ะเน้อ (คนแก่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมคณะแล้ว... ขอลา ฟิ้ววว)

อ้อ น้องๆคนใดสนใจกีฬาฟันดาบก็อย่าลืมลงชื่อไว้ล่ะ แล้วเจอกันในห้อง 503  เดี๋ยวจะโผล่หน้าไปทักทาย อิๆ
 
 
รับน้องก้าวใหม่
เป็นรับน้องรวมใหญ่มากๆ ยิ่งใหญ่อลังของมหาวิทยาลัย  โดยจะแบ่งเป็นบ้านๆให้น้องๆเลือกบ้านรับน้องเข้ากันเองตามใจชอบ(เดี๋ยวนี้ให้เลือกเองแล้วใช่มะ...?? ) กินเวลากว่า 3 วัน 2 คืนเลยทีเดียวนะคะ!!!

เรียกได้ว่า เป็นอีเวนท์ที่ยิ่งใหญ่สุดๆของจุฬาเลยนะคะ!!! ใครไม่ไปเสียทีที่ติดจุฬาสุดๆ


นี่แหละค่ะจะเป็นโอกาสหาแฟนเลยนะเด็กๆ เล็งหนุ่มเล็งสาวคณะอะไรไว้รีบไปรับน้องใหญ่จุฬากันซะนะคะ!!!!


เชื่อว่าถ้าไปถามรุ่นพี่ส่วนใหญ่ก็คงคิดกันเยี่ยงนี่แหละ...
แต่พอดีว่าปอรั่วเป้นคนที่ไม่สนใจจะหาแฟน และไม่สนใจรับน้องอะไรทั้งสิ้น
ประกอบกับตอนที่เค้ามีงานรับน้อง 3 วัน 2 คืนกัน ปอรั่วคางทูมแดก นอนปวดกรามไข้ขึ้น ตัวร้อน เช็คอินเข้าโรงพยาบาลมิชชั่นไปรับน้ำเก๊กฮวยทางเส้นเลือดเป็นจำนวน 3 วัน 2 คืน พอดีเป๊ะ... ไม่ได้ไป ฮิๆ
จนบัดนี้เวลาโดนถามว่าอยู่บ้านอะไร  ก็จะลอยหน้าลอยตาบอกว่า "ไม่มี" ... ไม่เดือดร้อนค่ะ ^ ^''(แต่สำหรับคนที่เดือดร้อน ก็ไปเถอะค่ะ ไปรู้จักเพื่อนๆมันก็ไม่แย่หรอก)

ห้องเชียร์คณะ
ตอนเรายังเป็นเด็กม.ปลายอยู่ ได้คุยกับรุ่นพี่คนนึงที่ติดจุฬาไปแล้ว แล้วเค้ามาบ่นเรื่องห้องเชียร์ให้ฟัง 

เค้าบอกว่าเป็น "ห้องเชี่ย"  แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรอีก บอกว่า "เข้าไปเดี๋ยวก็รู้เอง"

เอาล่ะสิ... กูกลัววว ห้องเชียร์นี่มันอะไรวะ  ถ้าได้ยินแต่ชื่อจะคิดว่ามันเป็นห้องที่เอาเด็กปี 1 ไปร้องเพลงซ้อมเชียร์กีฬาสี ประเภท เย้ยฟ้า ท้าดิน ได้ยิน ถึงสวรรค์.... อะไรประมาณนี้   
แถมยังมีเพื่อนบางคนมาหลอกอีกว่า...
ห้องเชียร์เนี่ยนะ  มันคือห้องที่เอาพี่หน้าโหดๆประมาณเชียร์ลีดเดอร์ชายม.ปลายจากเกมโอเอนดัน (ใครไม่รู้จักเกมนี้ จิ้มเสีย) มาว้ากๆใส่หน้าเรา  สอนเราร้องเพลงแล้วก็เต้นแบบในเกมนั่นแหละให้ดู...

... โอ บุดด้า... แค่นึกภาพก็สยองชิบหายวายป่วงแล้วค่ะ....


แต่จริงๆแล้วไม่ใช่นะคะเด็กๆ

ห้องเชียร์ก็คือ... ห้องที่ให้น้องๆมานั่งรวมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกัน ร้องเพลงร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน และรับผิดชอบร่วมกัน

นี่คือ definition ที่ครอบคลุมห้องเชียร์ของทุกคณะมากที่สุดแล้วนะตามความพยายามของเรา  เพราะห้องเชียร์ของแต่ละคณะก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป
ห้องเชียร์บางคณะก็ห้องว้ากดีๆนี่เอง

แต่บางคณะก็ไม่ว้ากนะ แค่โหด... (คณะอักษรศาสตร์เองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ อิๆ)

บางคณะก็ชอบสร้างดราม่า (ทั้งในความมหายที่แปลว่าละคร และในความหมายที่ว่า...มันดราม่าอ่ะ) มาบีบน้ำตาเด็กๆกัน ก็อะนะ แยกแยะกันเอาเอง  แต่พอดีปอรั่วเป็นคนแข็งกระด้างมากเลย... พอเจอก็เลย... เฉ้ยเฉย...

แต่จุดประสงค์หลักก็คือ ร้องเพลง ทำกิจกรรม รู้จักพี่ รู้จักเพื่อน อะไรประมาณนี้แหละ...

อนึ่ง  ปอรั่วโดดห้องเชียร์เป้นจำนวนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนครั้งทั้งหมดเพราะว่า "ต้องไปซ้อมกีฬาเพื่อเตรียมแข่งกีฬาเฟรชชี่"

ส่วนใครไม่มีภาระอะไร เข้าๆไปเถอะห้องเชียร์น่ะ  เดี๋ยวร้องเพลงสถาบันไม่ได้ไม่รู้ด้วยนะ....  บอกไว้ก่อนเลยว่าเพลงเพราะๆหลายเพลงมาก

++++++++++++++++++++++

อืมม... รู้สึกว่ามันชักจะยาวไปแล้วนะเอนทรี่นี้  ไว้เขียนพาร์ท 2 ดีกว่านะคะ ^ ^   (ถ้าได้รับเสียงตอบรับที่ดีพอ อิๆ)

edit @ 11 May 2011 16:33:05 by PoRi[RubyDragon]

2008/May/07

อาจจะอัพเลทๆไปนิด  ไม่เกาะกระแสะคนอื่นๆเขา ^ ^'' แต่ก็อัพล่ะค่ะ

 

พอจะเดาได้จากชื่อเอนทรี่เนอะว่า  ติดคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ตามที่หวังไว้แล้วค่ะ 

ตอนที่รู้ผลอยู่ที่ชะอำแน่ะ ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แล้วโทรให้เพื่อนเช็ค  ตอนรู้นี่ความรู้สึกอย่างแรกคือโล่งใจค่ะ โล่งใจมากๆ...

 

แต่หลังจากโล่งใจได้ไม่นานก็รู้สึกวุ่นวายใจเล็กน้อยว่า "แล้วเราจะไหวหรอวะ!!" (รู้ตัวช้าไปไหมล่ะเนี่ย -*- )

คณะนี้มิใช่ขี้ๆ เข้ายากแล้ว เรียนยิ่งยากกว่า...  แล้วก็ไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองจะขยันได้ขนาดไหน จะตะเกียกตะกายและทนอยู่ในที่ที่รวม"เทพ"เอาไว้(ในขณะที่เราเป็้นคนธรรมดาที่ฟลุี๊กจัด??)ได้นานสักแค่ไหนกันเชียว...

 

ต้องไปเดินสายแก้บนแล้ว....

ต้องเป็นพี่ติวเยอรมันให้ไอ้ทราย... เอ็งเตรียมตัวโดนเฆี่ยนได้เลยเว้ยเฮ้ย 555+ 

 

edit @ 7 May 2008 22:37:08 by PoRi[RubyDragon]

2008/Jan/07

 

....มันก็เป็นแค่โชคชะตาค่ะ...
....มันก็เป็นแค่เรื่องบังเอิญค่ะ...
....ก็แค่บังเอิญโชคดี สอบได้ทุนไปเที่ยวเยอรมันฟรีๆ1เดือน... 
...ก็แค่บังเอิญว่า  มันมีการแสดงวัฒนธรรมของแต่ละประเทศเป็นเวทีค่ะ...
... ก็แค่บังเอิญ ถูกชะตากับ "คนนั้น" บนเวที มากๆๆๆๆ อย่างแรง ถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูกค่ะ...

 

แล้วพอถึงวันหนึ่ง ในที่พักแห่งหนึ่งในเยอรมัน
....ก็แค่บังเอิญ เกิดเหตุให้ประตูห้องมันเปิดผลัวะออกมา ในองศาที่เรามองออกไปนอกประตูได้พอดี...
....ก็แค่บังเอิญ เค้าเดินผ่านมาค่ะ...
....ก็แค่บังเอิญ เค้าอยากรู้อยากเห็น เค้าก็เลยชะโงกหน้ามองเข้ามาในห้องค่ะ...
....ก็แค่บังเอิญ ได้จ้องหน้ากันประมาณสามวิ แล้ว"เค้า" ก็ยิ้มให้ค่ะ...
....ก็แค่บังเอิญ ได้เดินเฉียดกันนิดนึงตอนลงมากินอาหารเช้าในโรงแรม...
....ก็แค่บังเอิญ ได้เจอกันอีกครั้ง ตอนไปเที่ยวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน...

...แล้วก็บังเอิญว่า นั่นเป้นครั้งสุดท้าย ที่ได้เห็นท้ายทอยของเขาค่ะ...

แต่ทำไม...

....ทำไมเราถึงไม่บังเอิญ อยู่กลุ่มเดียวกับ"คนนั้น"นะ....
....ทำไมเราถึงไม่บังเอิญได้รู้จักกับ "คนนั้น" ล่ะ...่
....ทำไมเราถึงไม่บังเอิญ.... อะไรก็ตาม... ที่มันจะำทำให้ได้คุยกันนะ...
....ทำไมเราถึงไม่บังเอิญ เป็นคนใจกล้าหน้าด้าน เดินดุ่ยๆเข้าไปคุยเลยล่ะ! ( มาคิดทบทวนหลายตลบ ก็คิดได้ว่าดีแล้วที่ไม่ทำ = ='' )....

 

ทำไมล่ะ ทำไม ทำไม ทำม๊าย T[]T!!!! 

 

เอาเถอะ...

 

ในเมือมันเป็นแค่การเพ้อ ไม่ใช่ความรักของจริง  อีกไม่นานเราก็จะลืมมันใช่ไหมคะ

(แต่นี่มันก็นานแล้วนะ... ) 

 

ตบตีตัวเอง ให้เลิกเพ้อ แล้วไปอ่านหนังสือต่อ 

 

PS. บล็อกสอนภาษาเยอรมัน ของดองถาวรไปจนกว่าจะเ็ป็นเฟรชชี่มหาวิทยาลัยค่ะ =w= ไม่มีกะใจจะทำอะไรเลย จริงๆ...

บล็อกนี้ก็คงจะเป็นบล็อกไร้สาระไปเป็นเวลานานทีเดียว =w= 

edit @ 7 Jan 2008 22:09:15 by PoRi[RubyDragon]